หลักสูตรการบริหารจัดการการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ[cite: 4]
Energy Transition & Climate Change Management (ETC) รุ่นที่ 10[cite: 4]
มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน[cite: 4]
1. หลักการและเหตุผล[cite: 4]
นับตั้งแต่ ประเทศไทยได้เข้าร่วมการประชุม COP26 ณ เมืองกลาสโกว์ เมื่อ ปี พ.ศ. 2564 โดยการประชุมครั้งนั้น มีความสำคัญโดยประเทศไทย ได้ประกาศเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2593 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emission) ภายใน ปี พ.ศ. 2608 จนถึงปัจจุบันการประชุมฯ เป็นสมัยที่ 29 (COP29) ณ ประเทศอาร์เซอร์ไบจาน ในปี พ.ศ. 2567 นั้นได้ผ่านมาถึง 3 ปีแล้ว ประเทศไทยได้มีการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยมีการปรับปรุงนโยบายและ แผนงานต่างๆ เช่น แผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ที่ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า และการดำเนินโครงการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนต่างๆ นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ให้ ความสำคัญกับการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีการจัดทำแผนการปรับตัวต่อการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติและการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ อีกทั้งสถานการณ์การประกาศจากสหภาพยุโรป (EU) เกี่ยวกับมาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน หรือ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยกำลังวิตกกังวลเนื่องจากอาจได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวจากการส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรปที่ต้องเผชิญกับกฎระเบียบด้าน สิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด[cite: 4] สำหรับมาตรการ CBAM ได้เริ่มใช้แล้วในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 ซึ่งผู้นำเข้าสินค้าเป้าหมาย 6 กลุ่ม ได้แก่ ซีเมนต์ ไฟฟ้า ปุ๋ย เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียมและไฮโดรเจน จะต้องรายงานปริมาณการนำเข้า รวมถึงปริมาณการปล่อยคาร์บอนทางตรงและทางอ้อม (Embedded Emission) ของสินค้ามาตรการ CBAM ดังกล่าวส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมที่ส่งออกสินค้าที่มีใช้พลังงานจำนวนมากในการผลิตมีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นจากการถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือ “ค่าปรับ”ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากสินค้าเพื่อให้ได้มาตรฐานการผลิตที่ปลอดคาร์บอนตามที่รัฐบาลสหภาพยุโรปกำหนด ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม และมาตรการ CBAM จะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในวันที่ 1 มกราคม 2569 โดยผู้นำเข้าต้องซื้อและส่งมอบ CBAM Certificate ตามปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ ประเภทสินค้า และอาจมีการขยายรายการสินค้าอื่น ๆ ตามระเบียบของ CBAM เพิ่มขึ้น[cite: 4] จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกติกาโลกในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ตลอดจนกฎเกณฑ์ การกีดกันทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้นดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่กลุ่มผู้ประกอบการในประเทศไทยในภาคผลิต การค้า และส่งออกรวมถึงหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระและ หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ มูลนิธิพลังงานสะอาด เพื่อประชาชน สมาคมพลังงานหมุนเวียนไทย (อาร์อี100) คณะกรรมการพลังงานหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และกลุ่ม อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน ส.อ.ท. ได้ตระหนักและเล็งเห็นความจำเป็นนี้จึงได้มีความร่วมมือทางวิชาการในการ พัฒนาหลักสูตร “การบริหารจัดการการเปลี่ยนผ่านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Energy Transition & Climate Change Management (ETC)” เพื่อให้ความรู้และพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้แก่ภาครัฐและเอกชนที่ได้รับ ผลกระทบดังกล่าวเพื่อหาแนวทางในการรับมือและปรับตัวในการดำเนินการธุรกิจตามกติกาโลก และเพิ่มศักยภาพในการแข่งกันทางการค้าในตลาดโลกต่อไป[cite: 4] |
2. วัตถุประสงค์[cite: 4]
| เพื่อให้ผู้เข้ารับการศึกษาอบรมในหลักสูตรฯ สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้[cite: 4] | |
| 1. | เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้แก่ภาครัฐและเอกชน และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง[cite: 4] |
| 2. | เพื่อเตรียมความพร้อมในการปรับตัวและหาแนวทางในการดำเนินการธุรกิจตามกติกาโลกในช่วงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน[cite: 4] |
| 3. | เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการร่วมกันพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และองค์กรของตนเองและเสริมสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างองค์กรต่างๆ[cite: 4] |
3. กลุ่มเป้าหมายของผู้เข้ารับการอบรม[cite: 4]
| 1. องค์กรภาคเอกชน[cite: 4] | 4. องค์กรอิสระ[cite: 4] |
| 2. หน่วยงานภาครัฐ[cite: 4] | 5. หน่วยงานด้านเงิน[cite: 4] |
| 3. รัฐวิสาหกิจ[cite: 4] | 6. หน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง[cite: 4] |
4. จำนวนผู้เข้ารับการอบรม[cite: 4]
| จำนวน 50 คน/รุ่น[cite: 4] |
5. เนื้อหาของหลักสูตร[cite: 4]
| หลักสูตรการบริหารจัดการการเปลี่ยนผ่านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รุ่นที่ 10 ซึ่งได้รับการรับรองหลักสูตรจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เรียบร้อยแล้ว จะใช้เวลาการศึกษาอบรม ทั้งสิ้น 58 ชั่วโมง (8 วัน) แบ่งเป็นการเรียนการสอน ดังนี้[cite: 4] |
| 1. การเรียนการสอนในห้องเรียน จำนวน 7 กลุ่มวิชา จำนวน 50 ชั่วโมง ดังนี้[cite: 4] |
🌿 กลุ่มวิชาที่ 1 Introduction of ETC และ Renewable Energy วัตถุประสงค์[cite: 4] 1. เพื่อให้ผู้เรียนทำความเข้าใจความหมายของพลังงานและประเภทของพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy - RE) และตระหนักถึงความสำคัญของพลังงานหมุนเวียนในการบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality / Net Zero GHG Emission[cite: 4] 2. เพื่อให้ผู้เรียนเรียนรู้เทคโนโลยีหลักที่ใช้ในพลังงานหมุนเวียนและระบบจัดเก็บพลังงาน[cite: 4] 3. เพื่อให้ผู้เรียนทำความเข้าใจระบบกลไกตลาดพลังงานหมุนเวียนและคาร์บอนเครดิต รวมถึงสามารถพัฒนา ทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนสู่การปฏิบัติจริง[cite: 4] |
⚡ กลุ่มวิชาที่ 2 Energy Transition Infrastructure และ Energy Efficiency วัตถุประสงค์[cite: 4] 1. เพื่อให้ผู้เรียนสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition Infrastructure) และเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน (Energy Efficiency)[cite: 4] 2. เพื่อให้ผู้เรียนเรียนรู้แนวทางการดำเนินการด้านประสิทธิภาพพลังงาน (Implementing Energy Efficiency)โดยที่สามารถพัฒนาทักษะในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในองค์กรและอุตสาหกรรม[cite: 4] |
🏢 กลุ่มวิชาที่ 3 Low Carbon Design วัตถุประสงค์[cite: 4] 1. เพื่อให้ผู้เรียนได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับพลังงานความร้อนและผลกระทบต่ออาคาร[cite: 4] 2. เพื่อให้ผู้เรียนทำความเข้าใจแนวคิดอาคารที่รองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเรียนรู้หลักการ ออกแบบอาคารเพื่อการประหยัดพลังงาน[cite: 4] 3. เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้แนวทางการออกแบบอาคารเพื่อการประหยัดพลังงานและออกแบบผลิตภัณฑ์คาร์บอนตํ่า (Low Carbon Product Design)[cite: 4] |
♻️ กลุ่มวิชาที่ 4 Carbon Reduction / Removal วัตถุประสงค์[cite: 4] 1. เพื่อให้ผู้เรียนทำความเข้าใจแนวคิดและหลักการของ ESG (Environmental, Social, Governance)[cite: 4] 2. เพื่อให้ผู้เรียนเรียนรู้แนวทาง 3R: Reduce, Reuse, Recycle และได้ศึกษาหลักการของ Circular Economy[cite: 4] 3. เพื่อให้ผู้เรียนเรียนรู้วิธีการจัดการของเสียเพื่อลดคาร์บอน (Waste Management for Carbon Reduction)และทำความเข้าใจเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนและการจัดเก็บคาร์บอน (Carbon Capture/Carbon Storage)[cite: 4] |
🌍 กลุ่มวิชาที่ 5 Carbon Neutrality / Carbon Credit วัตถุประสงค์[cite: 4] 1. เพื่อให้ผู้เรียนทำความเข้าใจที่มาและแนวคิดของคาร์บอนเครดิตและเรียนรู้องค์ความรู้ทางวิชาการและมาตรฐานเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิต[cite: 4] 2. เพื่อให้ผู้เรียนศึกษาแนวทางและการประยุกต์ใช้คาร์บอนเครดิตในรูปแบบต่างๆ และเรียนรู้ขั้นตอนการรับรอง ปริมาณคาร์บอนเครดิต และสามารถเปรียบเทียบมาตรฐานคาร์บอนได้[cite: 4] |
💻 กลุ่มวิชาที่ 6 Digital Trading Platform วัตถุประสงค์[cite: 4] 1. ผู้เรียนได้ทำความเข้าใจรูปแบบการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเสรี และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง[cite: 4] 2. ผู้เรียนได้เรียนรู้ตลาดซื้อขายคาร์บอนและพลังงานหมุนเวียนสากลในประเทศไทย[cite: 4] |
💰 กลุ่มวิชาที่ 7 การบรรยายพิเศษ Sustainable Finance วัตถุประสงค์[cite: 4] 1. ผู้เรียนได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับในด้านบทบาทและเงื่อนไขของ ESG Loans และ ESG Bond[cite: 4] 2. ผู้เรียนได้ทำความเข้าใจองค์กรที่สนับสนุนด้านการเงินอย่างยั่งยืน[cite: 4] |
| 🚌 2. การศึกษาดูงาน จำนวน 8 ชั่วโมง[cite: 4] |
6. วิธีการศึกษาอบรม[cite: 4]
| 1. การบรรยาย การโต้วาที การถกแถลง การสัมมนา วิเคราะห์กรณีศึกษาในชั้นเรียน[cite: 4] 2. การศึกษาดูงานภายในประเทศ[cite: 4] 3. กิจกรรมอื่น ๆ ตามที่หลักสูตรฯ กำหนดเพิ่มเติม[cite: 4] |
7. ระยะเวลาในการศึกษาอบรม[cite: 4]
| เดือนตุลาคม - เดือนธันวาคม 2569 ทุกวันพุธ เวลา 09.00 – 16.30 น.[cite: 4] |
8. สถานที่อบรม[cite: 4]
| ห้องบุษบา ชั้น 1 โรงแรมแมนดาริน พระราม 4 (ตรงข้ามสามย่านมิตรทาวน์)[cite: 4] |
9. เงื่อนไขการจัดหลักสูตร[cite: 4]
| ผู้เรียนจะผ่านการประเมินหลักสูตร โดยจะต้องใช้เวลาฝึกอบรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของระยะเวลาในการฝึกอบรม ทั้งหมด[cite: 4] |
10. ประกาศนียบัตรที่ได้รับ[cite: 4]
| ผู้เรียนจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองจากมูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชนและผู้อำนวยการหลักสูตร[cite: 4] |
11. ค่าธรรมเนียม[cite: 4]
| ค่าธรรมเนียมตลอดหลักสูตร 36,000 บาท (สามหมื่นหกพันบาทถ้วน) รวมค่าอาหารกลางวัน อาหารว่าง ค่าเอกสารตลอดหลักสูตร รวมทั้งค่าศึกษาดูงานภายในประเทศตามที่หลักสูตรกำหนด ทั้งนี้ สามารถนำไปยกเว้นภาษีเงินได้ 250% ของค่าใช้จ่ายในการอบรม[cite: 4] หมายเหตุ หน่วยงานราชการหรือหน่วยงานของรัฐสามารถเบิกค่าใช้จ่ายจากต้นสังกัดได้[cite: 4] |
12. การชำระค่าธรรมเนียมหลักสูตร[cite: 4]
| ธนาคารไทยพาณิชย์เลขบัญชี 421-054776-5[cite: 4] มูลนิธิพลังงานสะอาดเพื่อประชาชน สาขา ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์[cite: 4] โดยส่งหลักฐานการชำระเงินได้ที่ account@cep.or.th[cite: 4] |
13. ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม[cite: 4]
| ผู้ประสานงานหลักสูตร[cite: 4] คุณมัณฑนา ทองใจ และ คุณศิริลักษณ์ โพธิ์ทอง[cite: 4] โทร 061-398-5285 หรือ etc@cep.or.th[cite: 4] |
14. ลงทะเบียนเข้าร่วมการอบรม[cite: 4]
| QR-Code ลงทะเบียน เข้าร่วมหลักสูตร ETC10[cite: 4] | QR-Code ผู้ประสานงานหลักสูตร ETC10[cite: 4] |